
สำหรับนักช้อปบนแพลตฟอร์ม Amazon บัตรเครดิต Prime Visa และ Amazon Visa ถือเป็นสองตัวเลือกที่คุ้นเคยกันดี แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าบัตรสองใบนี้ ซึ่งออกโดยธนาคาร Chase เหมือนกัน มีหน้าตาคล้ายกัน และใช้รูดซื้อของได้เหมือนกันนั้น แท้จริงแล้วมีความแตกต่างกันอย่างไร?
คำตอบนั้นเรียบง่ายกว่าที่คิด เพราะความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการเป็นผู้ถือบัตรสองประเภทนี้ มีเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นคือ สถานะการเป็นสมาชิก Amazon Prime ของคุณ
พูดง่ายๆ คือ Prime Visa และ Amazon Visa คือบัตรใบเดียวกัน แต่สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับนั้นจะถูก “ปลดล็อก” ในระดับที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจ่ายค่าสมาชิก Amazon Prime หรือไม่
หัวใจสำคัญ: สถานะสมาชิก Amazon Prime
ความแตกต่างทั้งหมดเริ่มต้นและจบลงที่นี่:
- ผู้ถือบัตร Prime Visa: คือผู้ที่ถือบัตรเครดิต Amazon และ เป็นสมาชิก Amazon Prime ที่จ่ายค่าบริการรายเดือน/รายปีอยู่
- ผู้ถือบัตร Amazon Visa: คือผู้ที่ถือบัตรเครดิต Amazon แต่ ไม่ได้เป็นสมาชิก Amazon Prime หรือยกเลิกการเป็นสมาชิกไปแล้ว
บัตรจะทำการปรับระดับสิทธิประโยชน์ให้โดยอัตโนมัติ หากคุณสมัครสมาชิก Prime บัตร Amazon Visa ของคุณก็จะถูกอัปเกรดเป็น Prime Visa ทันที ในทางกลับกัน หากคุณยกเลิกสมาชิก Prime บัตร Prime Visa ก็จะถูกดาวน์เกรดกลับมาเป็น Amazon Visa โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย และยังคงใช้บัตรใบเดิมได้ตามปกติ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างด้านสิทธิประโยชน์
| คุณสมบัติ / สิทธิประโยชน์ | Prime Visa (สำหรับสมาชิก Prime) | Amazon Visa (สำหรับคนทั่วไป) |
| เครดิตเงินคืนที่ Amazon.com, Amazon Fresh, Whole Foods | รับ 5% back | รับ 3% back |
| เครดิตเงินคืนที่ Chase Travel | รับ 5% back | รับ 3% back |
| เครดิตเงินคืนที่ร้านอาหาร, ปั๊มน้ำมัน, บริการขนส่งสาธารณะ | รับ 2% back | รับ 2% back |
| เครดิตเงินคืนสำหรับหมวดหมู่อื่นๆ | รับ 1% back | รับ 1% back |
| โบนัสต้อนรับ (Welcome Bonus) | Amazon Gift Card มูลค่าสูงกว่า (เช่น $100-$150) | Amazon Gift Card มูลค่าน้อยกว่า (เช่น $50) |
| ค่าธรรมเนียมบัตรรายปี | ไม่มี | ไม่มี |
| ค่าสมาชิก Amazon Prime | ต้องจ่าย (ประมาณ $139/ปี) | ไม่ต้องจ่าย |
| ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน | ไม่มี | ไม่มี |

วิเคราะห์ความแตกต่าง: ใครได้ ใครเสีย?
จากตารางจะเห็นได้ว่า ความแตกต่างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานคือ อัตราเงินคืนสำหรับการใช้จ่ายในเครือ Amazon
- สำหรับ ผู้ถือบัตร Prime Visa การได้รับเงินคืนถึง 5% ถือเป็นอัตราที่สูงมากและคุ้มค่าอย่างยิ่ง หากคุณเป็นลูกค้าประจำที่มียอดสั่งซื้อสินค้าหรือของสดจาก Amazon และ Whole Foods จำนวนมากในแต่ละปี เงินคืน 5% ที่ได้รับกลับมาอาจมีมูลค่ามากกว่าค่าสมาชิก Prime ที่จ่ายไปเสียอีก
- ในขณะที่ ผู้ถือบัตร Amazon Visa แม้จะได้รับเงินคืนเพียง 3% แต่ก็ยังถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างดีและน่าสนใจเมื่อเทียบกับบัตรเครดิตทั่วไป และที่สำคัญคือ ไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายจากค่าสมาชิก Prime ทำให้เหมาะสำหรับคนที่นานๆ จะสั่งของจาก Amazon สักครั้ง
สรุป: คุณควรเลือกแบบไหน?
การตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่การ “เลือกบัตร” แต่อยู่ที่การ “เลือกไลฟ์สไตล์” ที่เหมาะกับคุณ:
- เลือกเป็นผู้ถือบัตร Prime Visa (โดยการสมัครสมาชิก Prime): หากคุณเป็นลูกค้าตัวยงของ Amazon, ใช้บริการอื่นๆ ของ Prime เช่น Prime Video หรือ Prime Gaming อยู่แล้ว และมียอดใช้จ่ายสูงพอที่เงินคืน 5% จะคุ้มค่ากว่าค่าสมาชิกที่จ่ายไป
- เลือกเป็นผู้ถือบัตร Amazon Visa (โดยไม่สมัครสมาชิก Prime): หากคุณช้อปปิ้งบน Amazon เป็นครั้งคราว, ไม่ได้สนใจบริการเสริมอื่นๆ ของ Prime และไม่ต้องการมีภาระค่าใช้จ่ายรายปี การรับเงินคืน 3% แบบไม่มีเงื่อนไขก็เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าในแบบของคุณ
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจ ลองประเมินพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณบนแพลตฟอร์ม Amazon แล้วคุณจะรู้ว่าการเป็นผู้ถือบัตรแบบไหนที่จะมอบประโยชน์สูงสุดให้กับคุณ
คลิกสมัครบัตร Prime Visa



