
การให้โดยเสน่หา หมายถึง การมอบสิ่งของ เงินทอง หรือทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่นด้วยความสมัครใจและความเต็มใจ โดยไม่มีเงื่อนไขหรือการคาดหวังสิ่งตอบแทนใด ๆ เป็นการให้ด้วยความรัก ความเมตตา และปรารถนาดีจากใจจริง ซึ่งผู้ให้มักจะมีความยินดีและรู้สึกพอใจในการให้ครั้งนั้น
การให้โดยเสน่หามักเกิดขึ้นในหลายสถานการณ์ เช่น พ่อแม่ให้เงินหรือทรัพย์สินแก่ลูกเพื่อสนับสนุนชีวิตของลูก หรือการให้เงินบริจาคแก่องค์กรการกุศลเพราะต้องการช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์กลับมา การให้ประเภทนี้มีคุณค่าทางจิตใจสูง เพราะเป็นการกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและด้วยความตั้งใจที่ดี
การให้โดยเสน่หา ในทางกฎหมาย หมายถึง การให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เป็นการให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยมีลักษณะสำคัญ ดังนี้
- ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน: ผู้ให้ไม่มีเจตนาที่จะได้รับสิ่งตอบแทนใดๆ กลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทอง สิ่งของ หรือการบริการใดๆ
- ให้ด้วยความเต็มใจ: ผู้ให้เต็มใจที่จะให้โดยไม่มีการบังคับ ข่มขู่ หรือหลอกลวงใดๆ
- เป็นการให้แบบให้เปล่า: ผู้ให้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับโดยสมบูรณ์ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
- ทรัพย์สินที่ให้ต้องมีมูลค่า: ทรัพย์สินที่ให้ต้องเป็นสิ่งที่มีมูลค่า เช่น เงิน ทอง ที่ดิน บ้าน รถยนต์ เป็นต้น
ตัวอย่างของการให้โดยเสน่หา
- พ่อแม่ให้เงินลูกเป็นของขวัญวันเกิด
- ญาติผู้ใหญ่ให้ทองแก่หลานในวันแต่งงาน
- เพื่อนให้หนังสือเป็นของขวัญวันรับปริญญา
- มูลนิธิบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ผลทางกฎหมายของการให้โดยเสน่หา
- กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้ จะตกเป็นของผู้รับโดยสมบูรณ์
- ผู้ให้ไม่สามารถเรียกทรัพย์สินคืนได้ เว้นแต่จะมีการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ก่อน หรือผู้รับประพฤติเนรคุณต่อผู้ให้
ข้อแตกต่างระหว่างการให้โดยเสน่หา กับการให้โดยมีข้อแลกเปลี่ยน
- การให้โดยเสน่หา: ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
- การให้โดยมีข้อแลกเปลี่ยน: ให้โดยหวังผลตอบแทน เช่น การซื้อขาย การจ้างแรงงาน
การให้โดยเสน่หา กับการบริจาค
- การให้โดยเสน่หา: มักเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่รู้จักกัน เช่น ญาติ เพื่อน
- การบริจาค: มักให้แก่หน่วยงาน หรือองค์กรการกุศล เช่น โรงพยาบาล วัด มูลนิธิ
การให้โดยเสน่หา เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความรัก ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ดีงาม ควรแก่การส่งเสริม และอนุรักษ์ไว้



