
การป้องกันตัวเองจากสุนัขกัดขณะเดินผ่านเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุนัขที่เราไม่รู้จัก มีวิธีป้องกัน ดังนี้ครับ
1. สังเกตพฤติกรรมสุนัข
- ภาษาหู: ถ้าหูตั้งชี้ แสดงว่ากำลังตื่นตัวหรือก้าวร้าว ถ้าหูแบนราบไปด้านหลัง แสดงว่ากำลังกลัวหรือกังวล
- ภาษาหาง: ถ้าหางกระดิกแรงๆ อาจไม่ได้แปลว่าเป็นมิตรเสมอไป ต้องดูควบคู่กับภาษากายอื่นๆ เช่น ถ้าขนตั้งชัน ริมฝีปากยก แสดงว่ากำลังก้าวร้าว
- ภาษากาย: ถ้าสุนัขแสดงท่าทาง เห่า คำราม แยกเขี้ยว หรือจ้องมอง แสดงว่ากำลังรู้สึกไม่ปลอดภัย และอาจโจมตีได้
2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
- อย่าเข้าใกล้สุนัขที่ไม่รู้จัก: โดยเฉพาะสุนัขที่อยู่ในอาณาเขตของมัน เช่น บ้าน หรือรถ
- อย่าจ้องตา: การจ้องตาอาจทำให้สุนัขรู้สึกถูกคุกคาม
- อย่าวิ่งหนี: สุนัขวิ่งเร็วกว่ามนุษย์ การวิ่งหนีอาจกระตุ้นสัญชาตญาณการไล่ล่าของสุนัข
- อย่ารบกวนสุนัข: เช่น อย่าเข้าใกล้ตอนที่มันกำลังกินอาหาร นอนหลับ หรือดูแลลูกสุนัข
- อย่าแหย่ หรือทำเสียงดังใส่สุนัข
3. ป้องกันตัวเอง
- ตั้งสติ: อย่าตื่นตระหนก พยายามควบคุมสติ และประเมินสถานการณ์
- แสดงท่าทางที่ไม่เป็นภัย: ยืนนิ่งๆ หันข้างให้สุนัข กอดอก หลีกเลี่ยงการสบตา
- พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ: เช่น “ไปดีๆนะ” “อย่ากัดนะ”
- ใช้สิ่งของป้องกันตัว: ถ้าจำเป็น เช่น ร่ม กระเป๋า ไม้
- ถอยห่างอย่างช้าๆ: อย่าหันหลังให้สุนัข
4. หากถูกสุนัขกัด
- ล้างแผล: ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ อย่างน้อย 15 นาที
- ห้ามเลือด: โดยใช้ผ้าสะอาดกดแผล
- ทายาฆ่าเชื้อ: เช่น เบตาดีน
- ไปพบแพทย์: โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการรักษา และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

คำแนะนำเพิ่มเติม:
- สอนเด็กๆ ให้รู้จักวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเจอสุนัข
- “คาถา 5 ย.” ป้องกันสุนัขกัด:
- อย่าแหย่
- อย่าเหยียบ
- อย่าแย่ง
- อย่าหยิบ
- อย่ายุ่ง (กับสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ)
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สัตว์เลี้ยงของคุณ



