
กีฬาโอลิมปิกมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าสนใจ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ยุค คือ โอลิมปิกสมัยโบราณ และโอลิมปิกสมัยใหม่
โอลิมปิกสมัยโบราณ (Ancient Olympic Games):
- จุดกำเนิด: เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 776 ปีก่อนคริสตกาล ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ โดยเป็นเทศกาลทางศาสนาเพื่อบูชาเทพเจ้าซุส
- การแข่งขัน: ในช่วงแรกมีเพียงการแข่งขันวิ่งระยะสั้น ต่อมาได้เพิ่มการแข่งขันอื่นๆ เช่น มวยปล้ำ พุ่งแหลน ขว้างจักร และแข่งรถม้า
- ผู้เข้าแข่งขัน: เฉพาะผู้ชายชาวกรีกอิสระที่ไม่ได้เป็นทาสเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้
- รางวัล: ผู้ชนะจะได้รับมงกุฎที่ทำจากกิ่งมะกอก ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุด
- การสิ้นสุด: โอลิมปิกสมัยโบราณถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 393 โดยจักรพรรดิธีโอโดซิอุสที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก เนื่องจากมองว่าเป็นกิจกรรมของพวกนอกรีต
โอลิมปิกสมัยใหม่ (Modern Olympic Games):
- การฟื้นฟู: ในปี ค.ศ. 1896 บารอน Pierre de Coubertin ชาวฝรั่งเศส ได้ริเริ่มฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสันติภาพและความเข้าใจระหว่างประเทศ
- การแข่งขัน: โอลิมปิกสมัยใหม่มีการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งกีฬาฤดูร้อนและกีฬาฤดูหนาว โดยมีนักกีฬาจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขัน
- สัญลักษณ์: สัญลักษณ์ของโอลิมปิกคือ วงแหวน 5 วง ซึ่งเป็นตัวแทนของทวีปทั้ง 5 (ยุโรป เอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้)
- คติพจน์: คติพจน์ของโอลิมปิกคือ “Citius, Altius, Fortius” (เร็วกว่า สูงกว่า แข็งแกร่งกว่า)
- การจัดขึ้น: โอลิมปิกสมัยใหม่จัดขึ้นทุก 4 ปี โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละประเทศ

โอลิมปิกกับประเทศไทย:
ประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกในปี ค.ศ. 1952 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และได้เข้าร่วมแข่งขันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
กีฬาโอลิมปิกเป็นมากกว่าแค่การแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความมุ่งมั่น และการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์



