
Blackmail คือ การขู่กรรโชก หรือ การรีดเอาทรัพย์ โดยการข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ หรือข้อมูลที่น่าอับอายของเหยื่อ หากเหยื่อไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้อง
ลักษณะของการแบล็คเมล์
- มีการข่มขู่: ผู้กระทำจะข่มขู่เหยื่อว่าจะเปิดเผยความลับ หรือทำให้เสียหาย หากไม่ยอมทำตามที่ต้องการ
- มีข้อเรียกร้อง: ผู้กระทำมักจะมีข้อเรียกร้อง เช่น เงิน ทอง สิ่งของ หรือให้กระทำการบางอย่าง
- สร้างความเสียหาย: การเปิดเผยความลับนั้น จะทำให้เหยื่อได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเกิดความอับอาย
ตัวอย่างสถานการณ์แบล็คเมล์
- มีคนแอบถ่ายรูปหลุด ๆ ของเหยื่อ แล้วขู่ว่าจะเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต หากเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงิน
- มีคนรู้ความลับที่เหยื่อปกปิดไว้ แล้วขู่ว่าจะบอกคนอื่น หากเหยื่อไม่ยอมทำตามที่ต้องการ
- มีคนขู่จะเปิดโปงเรื่องผิดกฎหมายของเหยื่อ หากเหยื่อไม่ยอมให้ความร่วมมือ
การแบล็คเมล์ในทางกฎหมาย
การแบล็คเมล์ถือเป็น ความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 ผู้กระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท
สิ่งที่ควรทำเมื่อถูกแบล็คเมล์
- อย่าตกใจ: ตั้งสติ และพยายามควบคุมอารมณ์
- อย่ายอมทำตามข้อเรียกร้อง: การยอมทำตาม จะทำให้ผู้กระทำได้ใจ และอาจจะเรียกร้องเพิ่มขึ้นอีก
- รวบรวมหลักฐาน: บันทึกข้อความ รูปภาพ หรือเสียง ที่เกี่ยวข้องกับการแบล็คเมล์
- แจ้งความ: แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
- ขอความช่วยเหลือ: ปรึกษา ครอบครัว เพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษา และการช่วยเหลือ
การป้องกันการถูกแบล็คเมล์
- ระมัดระวัง: อย่าไว้ใจใครง่ายๆ และอย่าให้ใครรู้ความลับ หรือข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
- คิดก่อนทำ: ก่อนจะทำอะไร ควรคิดถึงผลที่จะตามมา
- ปกป้องข้อมูล: เก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว และรหัสผ่านต่างๆ ให้ปลอดภัย
หมายเหตุ
การแบล็คเมล์ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริง หรือคนที่ถูกแบล็คเมล์จะทำความผิดจริงก็ตาม (เช่น ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ผิดประเพณี อันจะเป็นเหตุให้เสียชื่อเสียง)
ในส่วนของความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา/ความผิด) โปรดตรวจสอบอีกครั้ง (ผมไม่ใช่นักกฎหมาย ข้อมูลอาจจะผิดพลาดได้)



